วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปเนื้อหาการเรียน รายวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา (วันที่ 5 กันยายน 2558) สอนโดย อาจารย์ภัทรดร จั้นวันดี

OBE = Outcome Based Education ผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
-ใช้ ผลการเรียนรู้เป็นตัวกำหนดกระบวนการที่เหมาะสมสำหรับนักเรียน ใช้มาตรฐานตัวชี้วัด เป็นตัวตั้ง ถ้าคุณครูกำหนดมาตรฐานตัวชี้วัดมากเท่าไหร่การเรียนรู้ของนักเรียนยิ่ง ละเอียดมากเท่านั้น
-กระบวนการ ถือเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ
-การผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพขึ้นอยู่กับการกำหนด LO =Learning Objective หรือ Outcome

การคิดเชิงวิเคราะห์  (Analytical Thinking) การพัฒนาเทคโนโลยี และคอมพิวเตอร์ ในช่วงทศวรรษที่ 80 ทำ ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ทางการสื่อสารที่สามารถเชื่อมโยงสังคมต่างๆ ทุกมุมโลกให้เข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น และได้ผลักดันทุกสังคมโลกเข้าสู่ยุคใหม่ทางวัฒนธรรม  ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  หรือที่รู้จักกันในคำว่า “โลกาภิวัตน์” (Globalization)
system Thinking  การคิดอย่างมีระบบ  มีเหตุมีผล  ทำให้ผลของการคิดหรือผลของการแก้ปัญหาที่ได้นั้นมีความถูกต้อง  แม่นยำและรวดเร็ว วิธีการคิดอย่างมีระบบจะเป็นหนทางไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)  ถ้าองค์กรนั้น ๆ นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและยึดหลักให้บุคลากรภายในองค์กร  ตระหนักในการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอและผู้บริหารให้ความสำคัญต่อการฝึกอบรมการเรียนรู้ของบุคลากรองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)  จึงทำให้เกิดการเรียนรู้จากตัวเองของบุคลากรแต่ละคน  เกิดการเรียนรู้ของทีมงาน ทำให้เกิดการสร้างวิสัยทัศน์รวม (Shared Vision) และเกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นทีม (Team Learning)
การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) คือ ทักษะการคิดเกี่ยวกับ ความตั้งใจที่จะพิจารณาตัดสินเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยการไม่เห็นคล้อยตามข้ออ้างต่างๆ แต่ตั้งคำถามท้าทาย หรือโต้แย้งข้ออ้างนั้นเพื่อเปิดแนวทางความคิดออกสู่ทางที่แตกต่าง อันนำไปสู่การแสวงหาคำตอบที่สมเหตุสมผล
การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking) เป็น เรื่องที่มีความสำคัญ สำหรับสังคมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี และการสื่อสารอยู่ตลอดเวลา จากเหตุการณ์หลายอย่างรอบๆ ด้านที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีกระบวนการพิจารณ์เหตุการณ์เหล่านั้น โดยใช้ทักษะทางปัญญาในการไตร่ตรอง ใคร่ครวญ ด้วยการพินิจพิเคราะห์สรุปและตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การคิดอย่างมีวิจารณญาณจึงเป็นการคิดที่ดีและมีคุณภาพ เพราะเป็นการคิดอย่างมีทิศทางและมีเป้าหมาย โดยคำนึงเหตุและผลมาประกอบการตัดสินใจและลงข้อสรุปได้อย่างน่าเชื่อถือ การฝึกการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ควรจะเริ่มแต่เนิ่นๆ เพราะเป็นการคิดที่พัฒนาได้ โดยผ่านประสบการณ์และการปฏิบัติ
 Logical Thinking จึง หมายถึง ความสามารถในการคิดหาเหตุผล จากความเชื่อ หลักฐาน หรือข้ออ้างที่มีอยู่แล้วนำมาเชื่อมโยงเป็นข้อสรุป เป็นการกระตุ้นให้เราใช้สมองทั้งสองซีกคือ ความคิดวิเคราะห์กับการใช้ความจำได้อย่างสมดุลกันเพื่อนำมาช่วยแก้ปัญหาหรือ ตัดสินใจในชีวิตประจำวัน  

แนวคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21st
(Framework for 21st Century Learning)
ทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21

ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม
• ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
• การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหา
• การสื่อสารและการร่วมมือ
ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อและเทคโนโลยี
• ความรู้พื้น ฐานด้านสารสนเทศ
• ความรู้พื้น ฐานด้านสื่อ
• ความรู้พื้น ฐานด้านไอซีที
ทักษะชีวิตและการทำงาน
• ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว
• ความคิดริเริ่มและการชี้นำตนเอง
• ทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม
• การเพิ่มผลผลิตและรับผิดชอบตรวจสอบได้
• ความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบ
การสอนแบบห้องเรียนกลับด้าน
แนวคิดหลักของ "ห้องเรียนกลับด้าน" คือ "เรียนที่บ้าน-ทำการบ้านที่โรงเรียน" เป็นการนำสิ่งที่เดิมที่เคยทำในชั้นเรียนไปทำที่บ้าน และนำสิ่งที่เคยถูกมอบหมายให้ทำที่บ้านมาทำในชั้นเรียนแทน โดยยึดหลักที่ว่า เวลาที่นักเรียนต้องการพบครูจริงๆ คือ เวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เขาไม่ได้ต้องการให้ครูอยู่ในชั้นเรียนเพื่อสอนเนื้อหาต่างๆ เพราะเขาสามารถศึกษาเนื้อหานั้นๆ ด้วยตนเอง
ยุทธศาสตร์พระราชทาน


เข้าใจ
ปัจจัยสู่ความสำเร็จสู่กระบวนการเรียนรู้
  • Interest (ความสนใจของนักเรียน)
  • Intention (ความตั้งใจของนักเรียน+คุณครู)
  • Teaching (วิธีการสอนของคุณครู)
  • Aptitude (ความสามารถของนักเรียน)
  • Experience (ประสบการณ์สอนของครู)
  • Reponsibility (ความรับผิดชอบของครู)
  • Difficulty (ความยากง่ายของวิชา)

เข้าถึง
  • ผู้สอนต้องเข้าถึงผู้เรียน
  • ผู้สอนต้องมีวิทยาการสอน
  • ต้องเข้าใจลักษณะเด็กสมัยใหม่

พัฒนา
ครูที่มีศักยภาพควรมี
  • สอนเป็น นำเสนอเนื้อหาเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
  • ใช้และใฝ่หาเทคนิคเพื่อกระตุ้นผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ
  • มีความคิดสร้างสรรค์
  • ประเมินตนเอง

Maslow’s Hierarchy of needs
  • ความต้องการทางกาย
  • ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย
  • ความต้องการความรักและเป็นที่ยอมรับ
  • ความต้องการได้รับการยกย่อง
  • ความต้องการความเข้าใจและรักตนเอง

การเรียนรู้มาจากไหน
  • 95% (สอนคนอื่น)
  • 80% (การทดลองประสบการณ์)
  • 70% (การพูดคุยแลกเปลี่ยน)
  • 50% (การเห็น การฟัง)
  • 30% (เห็น)
  • 20% (ฟัง)

·       การสอนเป็น คือ การสอนที่ทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้
·       การสอนให้เป็นต้องเข้าใจหลักการเรียนรู้พื้นฐาน
·       ครูผู้สอนควรทำให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ในการเรียน
หลักกาลามสูตร : หลักความเชื่อ 10 ประการ
กาลามสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตตนิคม แคว้นโกศล (เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตตสูตร ก็มี) กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่
1.       มา อนุสฺสวเนน - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามๆ กันมา
2.      มา ปรมฺปราย - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบๆ กันมา
3.      มา อิติกิราย - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ
4.      มา ปิฏกสมฺปทาเนน - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
5.      มา ตกฺกเหตุ - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเดาว่าเป็นเหตุผลกัน
6.      มา นยเหตุ - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะการอนุมานคาดคะเน
7.      มา อาการปริวิตกฺเกน - อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเดาจากอาการที่เห็น
8.      มา ทิฎฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
9.      มา ภพฺพรูปตา - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะผู้พูดมีลักษณะน่าเชื่อถือ
10.   มา สมโณ โน ครูติ - อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้ เป็นครูของเรา